ที่มา: www.manager.co.th

บทสนทนาของ “ชายสองคน” เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นไปของบ้านเมือง และการเมืองไทย ณ เวลานี้ ทีมงานเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการ ได้นำเสนอ บทสนทนา “ลับสุดๆ” ไว้ดังนี้

ตอนที่ 1

ชายคนที่ 1- …สร้างสถานการณ์ขึ้น เมื่อวานก็ทหารตายไปคน บาดเจ็บสาหัสพันเอกนะ ไอ้พันเอกนี่เป็นลูกพี่ ทส.ผม มันโดน มันเป็นหน่วยสันติสุข มันไปเป็นหน่วยจิตวิทยานะครับ ไปดูเรื่องการสร้างสันติสุขในพื้นที่ มันก็ไม่คิดว่าจะโดน โดน 6 คนเลย เมื่อวาน โดนระเบิดครับ มันเอาระเบิดฝังไปในใต้ท่อ แต่ผมว่ามันไม่มี มันทำได้นะตอนนี้ เพราะว่าในความรู้สึกของผม ผมว่าเราเป็นต่ออยู่ ฝ่ายเรายังเป็นต่ออยู่ ไอ้ฝ่ายค้านนี่ หรือฝ่ายที่ต่อต้านมันไม่มี

ชายคนที่ 2 – ดูดีเชียว เท่าไหร่พี่ปีนี้

ชายคนที่ 1- 76 ละครับ

ชายคนที่ 2 – เออ…ดูดี ดูเป็นคนไม่แก่นะ ปกติคนอายุ 70 กว่า มันจะเริ่มดูอมโรค แต่พี่ดูดีเชียว เออดีๆ

ชายคนที่ 1- พวกภาคใต้เขาบอกแหมเดิน ผมก็บอกไอ้ตู่มึงเดินช้าๆ หน่อยสิ อายุน้อยกว่าตั้ง 20 ปี ยังกับวิ่งไป เดินรอหน่อย เวลาไปตรวจนะครับ นายกฯ ท่านบอกว่า ให้ผมไปด้วยทุกครั้ง แล้วให้รายงานทุกเรื่อง ผบ.ทบ.สั่งอะไรให้รายงานหมด

ชายคนที่ 2 – นายกฯ เขาแฮปปี้กับพี่นะ คือสมมติว่า เกิดว่าพี่ต้องไปทำงานให้นายกฯ โดยที่นายกฯ เขาไม่ได้ขอร่วม เรื่องของเรื่อง อยากให้พี่มีอะไรจะพูดกับเขา โดยตรงเป็นหลัก คือถ้าพูดกับเขาเรียบร้อยแล้วอะไรแล้ว การพูดคุยต้องเป็นอย่างนั้น แต่ไม่ใช่คนภายนอกรู้ก่อน แล้วเขาไม่รู้อะไรอย่างนี้ เขาจะกลัวเขาเป็นคนที่ Sensitive เรื่องนี้

ชายคนที่ 1- ก็พูดกันเมื่อวันพฤหัสฯ ที่แล้ว นายกฯ บอกผม ต่อไปปูรู้ก่อน แล้วค่อยบอกคนอื่น ผมก็บอกมีตั้งหลายเรื่อง ผมบอกว่าตอนนี้ผมไม่บอก ต้องขออนุญาตต้องคุยกับนายกฯ ก่อน

ชายคนที่ 2 – มันเป็นเรื่องของลีดเดอร์ชิป (Leadership) เพราะเขาโดนว่า โดนพูดเยอะ

ชายคนที่ 1- ไอ้ ผบ.สูงสุด ตอนแรกก็พูดกับท่านนายกฯ ไม่ค่อยรู้เรื่อง ตอนนี้ก็เรียบร้อยละครับ มันก็มาพูดกับนายกฯ เมื่อวันพฤหัสฯ ตรงๆ ว่าเมื่อก่อนนี้ผมยังมีอะไรเกี่ยงงอนอยู่บ้าง แต่เดี๋ยวนี้

ชายคนที่ 2 – (เสียงเบา) ใช่ๆ โทษที โทร.จิกใหญ่เลย คืออย่างนี้วันที่เกี่ยวกับเรื่องประเทศไทย คือผมกลัวมันจะไปโจมตีเรื่องมาเก๊าก่อนที่เราจะประกาศอะไร กลัวมันจะ พอดีมันมีขาใหญ่สำคัญลงไปหลายตังค์ช่วงนี้ ช่วยงานมาเป็นร้อยล้าน ช่วยงานที่มาเก๊า มันต้องย้ายมาที่นี้ ดีๆ ช่วยจัดการให้เลย … ไม่มีเซอร์ไพรส์ เดี๋ยวๆ ผมให้จัดการ แต่ว่าเป็นอิทธิพรแน่นอน …ไม่ไปฮะ ช่วงนี้เดินทาง ไม่มีเวลาเลย เดี๋ยวมาคราวหน้า ผมจะมา อาทิตย์หน้าผมจะมา ผมจะกลับวันที่ 24 และวันที่ 1 ผมคิดว่า

ชายคนที่ 1- ผบ.สูงสุดก็สารภาพตรงๆ กับนายกฯ ว่ายังมีอะไรบางอย่างที่ยังค้างใจอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ผมสนับสนุนหมดทุกเรื่อง ผมก็ชื่นใจ พา ผบ.สูงสุดมาพบกับนายกฯ ได้เรื่องนี้ด้วย

ชายคนที่ 2 – มันหูเบานะ ติดฟังเรื่องแม่ บ้าอะไร บ้าบอ

ชายคนที่ 1- ครับตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจอะไรต่างๆ ผมก็พูดกับมันตรงๆ

ชายคนที่ 2 – มีนักเรียนนายร้อยที่ไหน แม่งไม่จงรักภักดี ใช่มั้ย

ชายคนที่ 1– ขอบคุณครับ … ไม่มีฮะ ปฏิญาณทุกเช้าทุกเย็น

ชายคนที่ 2 – ปรากฏว่า ไอ้เจ๊กแม่งจงรักภักดีมากกว่านักเรียนนายร้อยอีก (ไม่มีหรอก) ไอ้เจ๊กลิ้มอะ จงรักภักดีกว่านายร้อยอีก

ชายคนที่ 1- โธ่! เดี๋ยวนี้มันเข้าไม่ได้แล้วครับ เขาเริ่มรู้มันแล้ว เขารู้หมดละๆ ผมอยากให้นายกฯ เวลาไปต่างประเทศในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาทำอย่างสมัยที่ ท่านนายกฯ ทักษิณไปนอก เอามันไปด้วยซักคน 2 คน สมัยนั้นที่ท่านเอาไป ยังทำกับข้าวให้มันกิน กลับมามันคุย โอ้ย! วันนี้นายกฯ ทำกับข้าวเลี้ยงพวกเราอร่อยจังเลย มันก็คุย มันพูดมัน Happy มัน สมัยไอ้บิ๊ก ไอ้ช้างอะไรพวกนี้นะครับ ไอ้เกาะ สมัยนั้นเอาพวก ผบ.เหล่าทัพไปด้วย ไอ้ … พอสมัยนี้ บางทีทิ้งมันไว้ บางทีผมว่าเอาไปด้วยดีกว่า เหมือนสมัยที่ท่านเอาไป ตอนนายกฯ ไปมาเลเซียเอาไอ้ ผบ.ทบ.ไปด้วย มันก็ Happy มันบอกพี่ คอยกระซิบนายกฯ ตลอด อะไรควรอะไรไม่ควรเรื่องความมั่นคง ผมก็เดินกระซิบนายกฯ ตลอด ผมว่ามันดี แต่นายกฯ นี่ ได้ทั้งใจ ได้ทั้งความจริงใจ ได้ทั้งความเชื่อถือของ ผบ.เหล่าทัพ ตอนนี้มากเลย

ชายคนที่ 2 – เขาตรงๆ เขาก็เหมือนผม นิสัยเดียวกัน มีอะไรพูดตรงๆ ความเป็นผู้หญิงมีแต่ความซอฟต์

ชายคนที่ 1- ท่าน คือ เพราะความเป็นผู้หญิงมันทำให้เบาลง

ชายคนที่ 2 – มัน soft ลง

ชายคนที่ 1- ของท่านแรงหน่อย บางทีไม่พอใจว่าตรงๆ

ชายคนที่ 2 – เรามันนักเรียนนายร้อย นิสัยมันเหมือนทหารนะ มีอะไรตรงไปตรงมา ห่วยก็ว่าเลย

ชายคนที่ 1- เหมือนไอ้สมัยสุรยุทธ์มัน ที่ท่านด่าในห้องประชุมวันนั้น

ชายคนที่ 2 – เออ สุรยุทธ์มันถึงแค้นนะ เออ ด่าตรงๆ

ชายคนที่ 1- แล้วพี่จิ๋วเงียบเลย โอ๊ย วันนั้นนะ ท่านพูดแรง แต่มันก็ทำแรง มันทำเกินเหตุนะครับ

ชายคนที่ 2 – มันทำเกินไป จู่ๆ บุกเอาทหารไปยิงพม่า แล้วมาเบิกเงินหลวง เท่ากับรัฐบาลรู้เรื่องสิวะ

ชายคนที่ 1 – ขนกำลังไปเสร็จ เอากำลังกลับมาไม่ได้ แล้วมาขอเงินท่านอีกพันกว่าล้าน บ้าจริงๆ

ชายคนที่ 2 – มันเกินไป

ชายคนที่ 1- ตอนนั้นผมยังไปกระซิบท่านว่า ไม่ให้ เสร็จแล้วท่านบอกว่า ผมให้ไปแล้ว

ชายคนที่ 2 – บิ๊กจิ๋วบอก ให้มันเถอะๆ ไม่งั้น มันไม่มีกำลังพล มันทำงานไม่ได้

ชายคนที่ 1- ให้มันรู้สึกซะบ้าง

ชายคนที่ 2 – ผมก็ดึงอยู่ตั้งนาน ถึงได้โกรธผมไง เรารู้ทันมั่ง แล้วพี่อ่า! มีอะไร พี่ก็ต้องรายงานให้รู้ก่อน มีอะไรก็ต้องปรึกษาผม

ชายคนที่ 1- ครับ ผมสัญญาฮะ

ชายคนที่ 2 – อย่าปรึกษา ปรึกษานายกฯ กับ ผบ.เหล่าทัพได้ คนภายนอกไม่ต้องเกี่ยว แล้วก็ เห็นพี่เห็นบอกจะเอา ถ้ากฎหมายโอเคแล้ว พี่จะเอาเข้าผ่านสภากลาโหมด้วยหรือ

ชายคนที่ 1- ผมจะเอาเข้าสภากลาโหมเพื่อหารือให้ ผบ.เหล่าทัพทุกเหล่าทัพมีความคิดอันเดียวกันเลย ถ้าไม่งั้นถ้าไม่เข้า เดี๋ยวคนนั้นพูดทีคนนี้พูดที วิธีเดียวก็คือขออนุญาตเอาเรื่องนี้เข้าสภากลาโหมเพื่อหารือให้เกิดเป็นความคิดอันเดียวกัน

ชายคนที่ 2 – เอาเข้าสิ เอาเข้าสภาความมั่นคงฯ ส่งให้รัฐบาล จบ ลัดขั้นตอนเลย

ชายคนที่ 1- จบเลย ครับ เอาเข้าได้ ก่อนที่จะเข้าก็ต้องหารือกับเหล่าทัพแต่ละคนก่อน เฮ้ย! ลื้ออ่านนะ มีอะไรที่จะแก้ไข มีอะไรที่จะพูด พูดกันนอกการประชุมเสียก่อน

ชายคนที่ 2 – เราเสนอเป็น พ.ร.บ. ไม่มีใครรู้ แต่พอถึงสภาความมั่นคงฯ ปุ๊บเนี่ย เราก็ เพื่อความไม่วุ่นวายเสนอเป็น พ.ร.ก.

ชายคนที่ 1- เพราะว่า ไอ้วาระนี้ ถ้าผมได้อยู่นะครับ ได้ทำ ผมจะไม่เอาเข้าวาระ แต่เป็นวาระที่ จรเข้าไปเลย บอกว่า ขอเสนอวาระสำคัญ

ชายคนที่ 2 – ในสภากลาโหมนี่ ก็ใช้วิธีว่า เอ้ย! สภาความมั่นคง ก็ใช้วิธีเข้าไปเสร็จปุ๊บ เนี่ย หน้าตาเป็น พ.ร.บ. และก็ในสภากลาโหมก็ไม่ต้องออกข่าว แต่บอกให้รู้ว่า ถ้าเพื่อความรวดเร็ว และไม่วุ่นวาย น่าจะเป็น พ.ร.ก. อะไรอย่างนี้ พูดไว้ บันทึกไว้ พอไปถึงสภาความมั่นคงปั๊บ พอเข้าไป บอกว่าเสนอเป็น พ.ร.บ. หน้าตาเป็น พ.ร.บ. นะ แล้วสภาความมั่นคงก็บอกว่า ขอให้รัฐบาลเสนอออกเป็น พ.ร.ก. มันจะได้มีอะไรรองรับ

ชายคนที่ 1- มันทำอะไรไม่ได้หรอกครับ ไอ้ฝ่ายต่อต้านวันนี้นะ

ชายคนที่ 2 – นิดเดียวเอง เพียงแต่ว่าสำคัญคือ ทหารไม่เอาด้วยก็จบ

ชายคนที่ 1- ทหารไม่เอาด้วยจบ แต่ต้องเอาทหารก่อน ผมถึงบอกต้องเอาทหารก่อน

ตอนที่ 2

ชายคนที่ 2 – แล้วนี่ การแต่งตั้งโยกย้ายทหารเที่ยวนี้ ก็ต้องดูว่าอย่างไร ก็ คือเราก็ไม่อยากคาน ไม่อยากคาน เพียงแต่ว่าอย่าให้เขาไปทำพวกเดียวกันเองเสียขวัญในกองทัพเท่านั้นเอง

ชายคนที่ 1 – ผมว่า ผมจะคุยทั้ง ผบ.สูงสุด และ ผบ.ทบ. บอกว่า เฮ้ย คุยกับนายกฯ ก่อน คุยนอกรอบก่อน จะเอาอย่างนี้นะ ไม่เอาอย่างนี้นะ แล้วพอทุกอย่างตกลงกันได้ ค่อยประชุมสภากลาโหม แป๊บเดียวจบเลย อย่าไป อย่าไปต่างคนต่างถือกันไว้ แล้วไปประชุมกัน อย่างที่ เดี๋ยวผมก็ด่าไอ้โอ๋ ไอ้โอ๋มันทำไป แล้วไอ้พวกนั้นก็ เฮ้ยอย่างนี้ไม่ได้ เพราะมันต้องมีตัวทำให้

ชายคนที่ 2 – ไอ้โอ๋นี่มันเผด็จการไปนิดนึง

ชายคนที่ 1 – ครับ มันแรงไป

ชายคนที่ 2 – มันถือเป็นรุ่นใกล้กัน รุ่นใกล้กันพอไปทำอะไรแรง มันยุ่ง

ชายคนที่ 1 – ครับมันรุ่น 10 รุ่น 12 ต้องคุยส่วนตัวก่อน

ชายคนที่ 2 – อย่างพี่เองนะ พี่มีไรต้องคุยกันก่อน ต้องให้นายกฯ เขารู้ตลอด ไม่งั้นทำไรไม่พูด นี่ทำอะไรก็ไม่พูด ไม่รู้เรื่องกันพอดี

ชายคนที่ 1 – ผม ผมเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่ใจผมนี่หวังดีตลอดเลยนะครับ ใจผมนี้ทำ

ชายคนที่ 2 – มันเป็นหน้าที่พี่นะ พี่เอาผมออกมา พี่ต้องเอาผมกลับ (หัวเราะ)

ชายคนที่ 1 – ผมบอก … โอ้โห! ตอนท่านพูดกับผม ผมบอก โอ้โห นี่หนูช่วยราชสีห์แล้วนะ ผมดีใจนะ ดีใจจังได้ช่วยราชสีห์สักครั้งหนึ่ง

ชายคนที่ 2 – เอาออกไป ต้องเอากลับมาให้ได้

ชายคนที่ 1 – ต้องเอากลับมา แหม เป็นครั้งสุดท้ายแล้วครับ ครั้งสุดท้ายในชีวิต ในประวัติ เป็นประวัติชีวิตเลย เพราะว่าหลังจากนี้ไปก็ ไม่เป็นไรต่อละ พอละ แต่ต้องทำให้ได้สักที มันเป็นความภูมิใจนะครับ ของชีวิตของคนเรา

ชายคนที่ 2 – เดี๋ยวเจอผมเร็วขึ้น ก็กลับเร็วได้ เครื่องมันออกกี่ทุ่ม หรือตั้งใจจะ shopping ต่อ

ชายคนที่ 1 – ผมเปลี่ยนเครื่องไม่ได้แล้วครับ พอท่านบอก 5 โมงผมก็ Confirm มาเลย

ชายคนที่ 2 – เครื่องบินว่างมันไปได้ตลอด น่าจะว่าง วันนี้วันจันทร์ มีไฟลต์ทุ่มหนึ่ง

ชายคนที่ 1 – ไปทุ่มนึงครับ ใช่ฮะ ใช่ฮะ ก็เรื่องทุกอย่างก็โอเค แล้วเรื่องของพม่า ผมบอกกับนายกฯ ไปแล้วนะครับบอกว่า ใช้ ผบ.สูงสุดให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุดเลย เพราะไอ้มินอ่องลาย ซึ่งเป็น ผบ.สูงสุดของพม่า มันเป็นมือหนึ่งของท่านประธานาธิบดีเต็งเส่งเลย แล้วเต็งเส่งให้ความเกรงใจมากที่สุด และทีนี้ไอ้ ผบ.สูงสุดเขากับ ผบ.สูงสุดไทยนี่ มันมาเป็นเคาน์เตอร์พาร์ตกัน ผลัดกันกินข้าวคนละเดือน คนละเดือน เพราะฉะนั้นถ้าจะบีบอะไรเรื่องทวาย นายกฯ เรียก ผบ.สูงสุดมาใช้ได้อีกงานหนึ่ง เป็นงานต่างประเทศ

ชายคนที่ 2 – ผมก็ไปสงกรานต์กับมัน

ชายคนที่ 1 – ผมไม่ทราบ ไม่้งั้นผมจะไป ไปเจอ

ชายคนที่ 2 – ผมไปสงกรานต์กับไอ้เนี่ย ผบ.สูงสุดน่ะ

ชายคนที่ 1 – อ๋อ! ไอ้อ่องมินลายนี่นะฮะ โอ้โฮ มันชั้นหนึ่งเลย มันบอกผมนะ เฮ้ยไอ้รัฐมนตรีกลาโหมเนี่ย มันตั้งนะ มันเป็น ผบ.สูงสุด แต่ตั้งรัฐมนตรีนะ มันบอกเลย มันบอก และรัฐมนตรีอีกหลายคนมันเป็นคนตั้ง ไอ้นี่้ต้องเอาไว้ ไอ้นี่ต้องเอาไว้นะ แหม่

ชายคนที่ 2 – พวกผมทั้งนั้นแหละ มันยกที่ให้ผมแปลงนึง ใจกลางเมืองย่างกุ้ง

ชายคนที่ 1 – ไอ้นี่ต้องเอาไว้นะครับ ถ้าได้ พม่านี่เสร็จเราหมดเลย ต้องเอาให้ได้ มันเจอกับผม ผมบอกว่า ต่อไปนี้ทูตพม่าพูดไทยให้เป็นนะ ทูตทหาร มันบอกต่อไปนี้ส่งทูตทหารมาเรียนก่อนแล้วค่อยมาเป็น ไอ้อองมินหล่าย และไอ้รัฐมนตรีกีฬากับโฮเต็ลอีกคนหนึ่ง ไอ้นี่ก็มหาศาลเหมือนกันนะ ผมจะเรียกให้มาพบท่าน มันสร้างทำเนียบรัฐบาลให้ประธานาธิบดี มันสร้างรัฐสภาให้ ขณะนี้มันกำลังสร้าง Sport Complex ให้ มันรวยมหาศาลเลย เจ้าของบ่อหยก

ชายคนที่ 2 – เหรอ

ชายคนที่ 1 – ครับ มันบอกผมบอก เจเนอรัลๆ จะพูดอะไรกับประธานาธิบดีมัน ไม่ต้องไปวิ่งหาคนโน้นคนนี้นะ บอกมัน มันยิงตรงเลย เพราะทุกอย่างอยู่ที่มันไง มันก็เล่าให้ฟัง เพราะงั้นเราได้ 2 คนนี้นะ ทางเศรษฐกิจคนนึง ทหาร โอ้โห! ท่านฮะ เอาไว้ เอาไว้ต่อไปหลังท่านนายกฯ ไปพม่า ผมไปรอรับฮะ

ชายคนที่ 2 – เอ่อ! พี่แอ๊วเป็นไง

ชายคนที่ 1 – ไอ้แอ๊วมันไม่ค่อยสบายฮะ เพราะว่าที่มันผ่าตัดสมองนะครับ ที่มันเส้นเลือดจะแตกคราวที่แล้ว ทีนี้มันหายแล้ว มันคลิปไว้ แต่มันก็ยัง effect มันก็ความจำ และขาเนี่ย ไอ้เส้นประสาทมันทำให้ขา เดินขาอ่อนไปหน่อย เดินขาลากไปหน่อย แต่มันก็

ชายคนที่ 2 – … ร่างกายแข็งแรงดี

ชายคนที่ 1 – คนละเรื่องเลย บอกไอ้ห่า ลื้อนี่ขยันทำงานอยู่คนเดียว เบื่อไม่เป็นเลยว่ะ มันบอกอย่างนี้ ไม่เหมือนมัน นั่งเล่นไพ่กับเพื่อนๆ มันน่ะ ไอ้เด็จน่ะ

ชายคนที่ 2 – กินเหล้า

ชายคนที่ 1 – ตอนนี้เลิกแล้วครับ เหล้าเลิกแล้วครับ บุหรี่เลิกหมดเลยครับ แต่ยังไม่เลิกเล่นรัมมีกับ อะไรนะ ไอ้เด็จครับ

ชายคนที่ 2 – ยังเล่นอยู่

ชายคนที่ 1 – ยังมีเล่นอยู่ฮะ กับไอ้พญาไม้น่ะ เล่นกัน 3 วัน 3 คืนไม่เลิก ไอ้ 2 คนเนี่ย นั่งหัวชนกันไม่เลิก เพื่อนมัน เพื่อนสนิทมัน แต่มันก็ยังดูแลนิคมอุตสาหกรรมมันอยู่นะครับ

ชายคนที่ 2 – นวนคร

ชายคนที่ 1 – ครับ นวนครครับ ดูแลนวนครอยู่ ท่านนายกฯ ท่านไปเยี่ยมนะครับ มันก็ดีใจใหญ่ ท่านนายกฯ ท่านไปเยี่ยม

ชายคนที่ 2 – แล้วตอนนี้มีเมียใหม่แล้วมั้ง

ชายคนที่ 1 – ไม่มีครับ ไม่มีเมียใหม่ ไม่ไหวละมั้ง … แต่มันมีเลขาฯ คนนึงไปไหนไปด้วย ไปไหนไปด้วย ไอ้เราก็ไม่รู้มีอะไรหรือเปล่านะครับ แต่มีเลขาฯ ดูแลมันอยู่คนนึงเป็นผู้หญิง

ชายคนที่ 2 – แล้วพี่นี่ยังใช้งานได้ดีอยู่

ชายคนที่ 1 – ตอนนี้ต้องกิน

ชายคนที่ 2 – ไวอะกร้า

ชายคนที่ 1 – (หัวเราะ) กินถั่งเช่าครับ หลังท่านบอกผมก็เลยกินถั่งเช่าครับ วันละตัวฮะ ก็ยังพอจะมีความแข็งแรงอยู่ครับ

ตอนที่ 3

ชายคนที่ 1 – ผมยังมีอะไรกราบเรียนท่านอีกหลายอย่างนะ งานมันกำลังเดินดีนะครับ กองทัพเรือก็เขาไม่มีอะไรตอนนี้ เขาจะเกษียณอีก 2 เดือน เขาก็ไม่มีอะไร

ชายคนที่ 2 – มองใครล่ะ

ชายคนที่ 1 – ผมยังไม่ได้มองใครเลย ผมจะไปกล้ามองอะไรครับ ท่านนายกฯ ครับ

ชายคนที่ 2 – ไม่ใช่ ในแง่ของพี่ว่าใครจะขึ้น

ชายคนที่ 1 – เขาก็พยายามจะ

ชายคนที่ 2 – มันมี มันมีรอง

ชายคนที่ 1 – มีรองครับ

ชายคนที่ 2 – รอง กับมีอมรเทพ ซึ่งเป็น

ชายคนที่ 1 – อมรเทพครับ ใช่ครับ ผู้ช่วยครับ

ชายคนที่ 2 – ประธานที่ปรึกษา

ชายคนที่ 1 – ประธานที่ปรึกษาครับ อมรเทพ

ชายคนที่ 2 – มันก็มี เสธ.อีกคนหนึ่ง แต่ผู้ช่วยไม่ได้เรื่อง

ชายคนที่ 1 – เอาคนที่พูดง่ายหน่อย

ชายคนที่ 2 – ผมว่าอมรเทพ มันเตรียมน้ำมาก่อน มันมีระบบ แต่อมรเทพนี่ ไอ้หรุ่มมันอาจจะไม่แฮปปี้เท่าไหร่ เพราะมันแข่งกัน

ชายคนที่ 1 – เพราะมันแข่งกัน

ชายคนที่ 2 – แต่ว่าอมรเทพมันเรียนเก่งนะ สอบได้ที่ 1 ตลอด

ชายคนที่ 1 – มันเป็นคนดีด้วยครับ อมรเทพ ตรงไปตรงมา แต่ต้องรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ต้องคุยกันเหมือนกันครับ

ชายคนที่ 2 – เมียมัน เมียมันเป็นไอ้เนี่ย … พี่สาว หรือน้องสาวพรทิวา ผมรู้จักพ่อมัน รู้จักมานาน

ชายคนที่ 1 – อ้อ! เหรอครับ

ชายคนที่ 2 – พ่อเมียมันก็ไอ้เม้งไง ไอ้เม้งอาบอบนวดน่ะ

ชายคนที่ 1 – อ้าว! เหรอครับ ที่มาทำอาบอบนวดใหญ่

ชายคนที่ 2 – ใช่ ไอ้! อะไรของมัน โพไซดอน

ชายคนที่ 1 – โพไซดอน ใช่ครับ

ชายคนที่ 2 – ไอ้เม้ง เนี่ยมัน เมื่อก่อน ตอนเป็นพ่อตาผมคุมฝ่ายอบายมุข นครบาล ไอ้นี่มันตลอด เจอกัน ตรุษจีนมันไปไหว้พ่อตาผมเหมือนกัน ก็เลยจำมันได้ ตอนผมกลับมาอยู่พญาไท ก็เลยรู้จักพ่อมัน เมียมันก็เลยพามาหาผม อมรเทพคุณสมบัติมันดี

ชายคนที่ 1 – อมรเทพก็ดี ทหารอากาศเรียบร้อยไหมครับ ประจิน ไอ้ประจินนี่้เมื่อก่อนเป็นมือของไอ้ชลิตเขา แต่ดีแล้วที่เราได้ประจิน แล้วเราใช้ประจินไปบีบไอ้ชลิตข้างบนอีกที ซึ่งมันเป็นไอ้องคมนตรีนะครับ ไอ้ชลิตถึงแม้ว่ามันจะพลอยฟ้าพลอยฝนไปทำปฏิวัติคราวนั้นนะครับ แต่มันก็ยังพึ่งไอ้ประจินอยู่ เพราะฉะนั้นเราคุมประจินไว้ เพื่อให้ชลิตเนี่ยมันอ่อน ยอมลงมา

ชายคนที่ 2 – ก็ ปีหน้าก็เกษียณหมด 57

ชายคนที่ 1 – พอ 57 ก็เนี่ย

ชายคนที่ 2 – เกลี้ยงทุกเหล่า

ชายคนที่ 1 – ตั้งเอาเองเลย ไม่ต้องนั่นเลย

ชายคนที่ 2 – เลือกเอาเองสบายๆ

ชายคนที่ 1 – ผมก็บอกมันนะครับ ผบ.สูงสุด กับ ผบ.ทบ. ผมเพิ่งบอก เฮ้ยปี 57 นี่นะ อย่างอั๊วเลิกทำงานนะ อั๊วคิดว่าอั๊วทำงานเสร็จแล้ว เอาเจ้านายอั๊วกลับแล้ว คราวนี้ต้องตาลื้อบ้างสิ เพราะฉะนั้นลื้อต้องแสดงฝีมือให้ท่านเห็น ตั้งแต่วันนี้ลื้อต้องแสดงฝีมือให้ท่านเห็น แล้วพอปี 57 เอ็งจะได้มีงานทำต่อ ไม่ต้องอยู่แก่เหมือนคนอื่นเขา เพราะมันว่าผมไม่แก่ ผมบอกจะได้ทำงานอย่างนี้ต่อ มันก็แฮปปี้นะครับ มันไม่ได้บอกว่าโนเลย มันก็ เออๆ มันก็เริ่มมองเห็นว่า หลังจากเกษียณไปแล้ว มันอาจจะมีอนาคต สำคัญ

ชายคนที่ 2 – ไว้ใจ ไว้ใจไอ้ตู่มาก

ชายคนที่ 1 – ไอ้ตู่ เขาให้ความจริงใจนะครับ จริงใจมากเลย ตอนแรกกับผมมันก็ระวังมากเลย แต่หลังจาก XXXX เรียกมันไป แล้วเรียกผมไปให้รักกันนะครับ ให้ทำงานด้วยกัน ทุกอย่างมันก็เลยเรียบร้อยหมด … วันที่ 16 นี้ ผบ.สูงสุดจะเลี้ยงนายกฯ ครับ ที่ บก.กองทัพไทย และก็จะเชิญ ผบ. รอง เสธ.ทุกเหล่าทัพมาร่วมรับประทานข้าว คุยกันเป็นส่วนตัวกับนายกฯ ด้วย

ชายคนที่ 2 – เออดี

ชายคนที่ 1 – แล้วผมก็บอกว่า ให้มันเป็นตัวอย่างที่ดี และต่อไปนี้เดือนนึงก็ให้กองทัพเนี่ย หมุนเลี้ยงฮะ เชิญนายกฯ ไป เพื่อความใกล้ชิดกันนะครับ ยืนยันนะครับผมจะไม่ …ใกล้ชิดกับนายกฯ มากกว่านี้อีกหน่อยแล้ว

ชายคนที่ 2 – เอ้อ

ชายคนที่ 1 – ผมก็นึก บางอย่างผมก็นึกว่าท่านนายกฯ รู้แล้ว ผมก็เห็นคนเข้าไปชี้แจง ผมก็บอกเคยบอกพูดกับท่านเมื่อวันก่อนบอก เดี๋ยวผมกลับมาแล้วผมจะขออนุญาตเขียนรายงาน นายกฯ บอกไม่ต้องเขียนหรอกค่ะ โทรศัพท์บอกเลย

ชายคนที่ 2 – ใช่ๆ อย่างนั้นแหละ นายกฯ เขาเอาง่ายๆ เลย แต่ว่าอย่างไรให้เขาตื่นตัว ให้เขารู้เรื่อง

ชายคนที่ 1 – ครับ … แต่ถ้า ตอนคุยกับป๋า ผมก็จะบอกว่า ท่านป๋าเนี่ยผมมองนะฮะ เพราะกลัวท่านจะกลับมาเล่นการเมืองเต็มที่ ผมก็จะพูดเรื่องว่า

ชายคนที่ 2 – ป๋าบอกมาเลย ผมไม่ได้ไปติดใจ ไม่ได้คิดจะไปแก้แค้นใคร และไม่ได้จะแก้แค้นทางการเมือง และจริงๆ แล้วอยากจะจบชีวิตแบบสบายๆ ไม่ใช่ว่ามีปัญหาแบบนี้ มันจบไม่ลงนะ ให้มันจบลงดีกว่า จบลงคือให้ตัวผมไม่เล่นการเมืองเลย

ชายคนที่ 1 – ผมจะบอกป๋าบอกว่า ไอ้งานเรื่องเศรษฐกิจ งานเรื่องกีฬา เรื่องการศึกษาอะไรต่างๆ ที่มันยังล้าหลังอยู่เนี่ย ถ้าได้ท่านนายกฯ ทักษิณมาจับแป๊บเดียว มันไปโลดเลย

ชายคนที่ 2 – ให้ผมช่วย เป็นอีกแรงให้ดีกว่า ถ้าสมมุติ ถ้าให้ผมต้องมา คือผมเองไม่ได้ติดใจอะไรเลยนะ

ชายคนที่ 1 – เพราะคุยกับ ผบ.แล้วครับ ผบ.บอกต้องยืนยันนะ ต้องมีหลักฐานยืนยันนะ

ชายคนที่ 2 – ว่า

ชายคนที่ 1 – ว่าเมื่อท่านกลับมาแล้ว ท่านจะเอาอะไรมายืนยัน ผมก็บอก ยืนยันว่า จะไม่ คล้ายๆ อย่างที่ท่านพูดเมื่อกี๊ จะไม่แก้แค้นท่านนะ ท่านกลัวครับ

ชายคนที่ 2 – โอย… นี่ นี่ เอาอย่างงี้สิ บอกอย่างงี้สิ วิธีอยากดองผมง่ายนิดเดียว ตั้งผมไปเป็นที่ปรึกษาทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่เป็นองคมนตรี ไม่เป็นอะไรทั้งสิ้น แต่ว่าถ้าถูกหนีบเอาไว้ตรงนั้นน่ะ ให้ Active ทางการเมืองยาก ถ้าถูกหนีบไว้ตรงนั้นน่ะ

ชายคนที่ 1 – ผมพูดอย่างนี้นะฮะ

ชายคนที่ 2 – เออ…จะใช้ผม ไม่ใช้ผมไม่เป็นไร แต่หนีบไว้ตรงนั้น ให้ทางการเมืองดิ้นยาก ทำให้ต้องไม่กล้าไปไหน ท่านจะปรึกษาก็ได้ ไม่ปรึกษาก็ได้ แต่ว่าถ้าที่ปรึกษาทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เหมือนน้องๆ สายวังเลยนะ มันก็เหมือนทำตัวเป็นคนของเจ้านาย ทำตัวเป็นอย่างอื่นไม่ได้ มันต้องหนีบเลย ล็อกเลย ผมไม่ขอเป็นองคมนตรีอยู่แล้ว เพราะว่าเราชอบเบี้ยว (หัวเราะ)

ชายคนที่ 1 – ผมก็จะบอก เนี่ย ป๋าก็เอามาไว้ตรงนี้ ถ้าท่านถามผม เพราะว่า ผบ.มันถามผม ถามผมเหมือนกันบอกว่า พี่อ๊อดจะต้องยืนยันนะ มีอะไรยืนยัน

ชายคนที่ 2 – สมมุตินะ เอาอย่างนี้ดีกว่าพี่ พอเรื่องจบปุ๊บเนี่ย พอผมกลับบ้าน ก็ประกาศตั้งตรงนี้ไปเลย มันเท่ากับว่าพอประกาศมาปุ๊บนี่ กลายเป็นคนของ เท่ากับในวังเอาไปหนีบไว้แล้ว จบ! ไม่ต้องทำอย่างอื่น แค่เป็นที่ปรึกษาทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มันก็เหมือนโดนหนีบไว้ทางอ้อม เป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นมากี่ตำแหน่งก็ได้ เงินเดือนไม่ต้องมีก็ได้อยู่แล้ว

ชายคนที่ 1 – ดีครับ อย่างนี้ดีมากเลย ผมก็คิดไม่ออก เดี๋ยวจะได้ใช้หลักฐานนี้

ชายคนที่ 2 – ผมก็ทำปฏิบัติตัวลำบากแล้ว ต้องเคร่งครัดแล้ว ให้เป็นคนของเจ้านายแล้ว

(เสียงเครื่องบิน)

ชายคนที่ 1 – ก็ ยังไงก็สำเร็จครับ ผมไปดูหมอดูมาแล้ว ว่า สำเร็จไหม เขาบอกสำเร็จ แต่เหนื่อยหน่อยนะ อาจจะยาก ต้องอดทน ต้องสู้ อาจารย์เพชรนะครับ หลวงพ่อเพชร อาจารย์ของต่วนเขาด้วย เป็นหมอทางใน ผมบอกว่า ผมถามข้อเดียวว่าผมจะทำงานสำคัญในชีวิตสักครั้ง ครั้งสุดท้าย ท่านถามทำอะไร ผมบอกว่านี่ ผมจะเอาเจ้านายผม นายกรัฐมนตรีทักษิณกลับ ท่านบอกเหนื่อยนะ ยากด้วย อดทนไหวเหรอ แล้วบอกท่านถ้าไหวหล่ะ ถ้าไหวก็สำเร็จ อ้า! … อย่างนี้ผมมีกำลังใจหน่อย

ชายคนที่ 2 – โอเคพี่ กลับบ้าน ขอบคุณพี่มากนะ ถ้ายังไงใกล้ชิดนายกฯ มีอะไรโทรศัพท์คุยได้ ไม่ต้องเขียนรายงาน ไม่ต้องรอมอบรายงาน เรียบร้อย พี่จะกลับเที่ยวทุ่มหนึ่งก็ได้เลย

ชายคนที่ 1 – ครับ เดี๋ยวดู ครับ ครับ

468 ad

Comments are closed.